เลือดกรุ๊ปบี ห้ามกินอะไร?

ช่วงนี้วลี “ฉันเลือดกรุ๊ปบี” จากเพลงเลือดกรุ๊ปบีของคุณเอิ๊ก-อีสมารูอ้วยกำลังมาแรงมาก เรียกได้ว่าหันไปทางไหนก็มีแต่คนเลือดกรุ๊ปบีเต็มไปหมด แต่รู้หรือไม่ว่า เลือดกรุ๊ปบีเสี่ยงโรคร้ายบางอย่างมากกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น!! บอกเลยว่า ไม่ได้เป็นเพราะพื้นดวงหรือราศีของดวงดาว แต่เป็นเพราะกรุ๊ปเลือดบีจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกับกรุ๊ปอื่น แม้จะการันตีผลไม่ได้ 100% แต่ก็อยากให้ตัวแม่แคร์ไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังและหันมาดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ความเสี่ยงโรคร้ายที่ชาว “เลือดกรุ๊ปบี” ต้องระวัง!

กรุ๊ปเลือด คือ การแยกความแตกต่างของเลือดแต่ละแบบ โดยดูจากสารแอนติเจน (Antigen) ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปเป็นหลัก ซึ่งจากการศึกษาจากหลาย ๆ แหล่งพบว่า คุณสมบัติที่แตกต่างกันของกรุ๊ปเลือดเหล่านี้ ทำให้แต่ละกรุ๊ปเลือดนั้นมีความแข็งแรง และความเสี่ยงต่อโรคที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ขอพูดถึงความเสี่ยงการเกิดโรคของชาวเลือดกรุ๊ปบี ที่เสี่ยงกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น ๆ มาฝากกันค่ะ

แผลปัสสาวะกัด ไม่ใช่แผลกดทับ แต่ทรมานไม่ต่างกัน!

มีผู้ดูแลคนไหนเคยเจอรอยแดงหรือรอยแผล บริเวณผิวก้น รูทวาร หรือขาหนีบของผู้ป่วยไหมคะ? ลักษณะเหมือนแผลกดทับ แต่หมั่นพลิกตัวบ่อย ๆ ก็แล้ว ใช้ที่นอนป้องกันแผลกดทับก็แล้ว แต่ทำไมผิวผู้ป่วยยังเป็นรอยแดง-รอยแผลอยู่?! หากเป็นเช่นนั้น ก็น่าสงสัยว่ารอยแดงที่พบบริเวณที่กล่าวข้างต้น อาจเป็นแผลปัสสาวะกัด หรือแผล IAD ที่พบในผู้ป่วยที่มีภาวะควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ค่ะ

แผลปัสสาวะกัด ต่างกับแผลกดทับอย่างไร?

แผลปัสสาวะกัด หรือแผลอุจจาระกัด หากเราสังเกตแบบผิวเผิน ทั้งสองจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่ ซึ่งคนทั่วไปมักจะแยกไม่ค่อยออก เพราะทั้งสองมีทั้งรอยแดง รอยถลอก หรือลักษณะแผลที่คล้ายกัน แต่แผลปัสสาวะกัดและแผลกดทับ ไม่ใช่อย่างเดียวกันค่ะ หากพิจารณาลงลึกไปทั้งสาเหตุ ลักษณะแผลต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันอยู่ค่ะ ไปดูกันว่าทั้งสองต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ

ภาวะสมองเสื่อม ≠ อัลไซเมอร์

หากพูดถึงโรคที่ส่งผลกับเรื่องความจำ หรืออาการหลง ๆ ลืม ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หลาย ๆ คนคงนึกถึงโรคอัลไซเมอร์ หรือที่นิยมเรียกกันว่าภาวะสมองเสื่อม แต่รู้หรือไม่ว่า?! สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคเดียวกัน! บทความนี้ จึงจะพาทุกท่านไปไขข้อสงสัยว่า ภาวะสมองเสื่อม กับอัลไซเมอร์ ต่างกันอย่างไร? ใช่อาการหลง ๆ ลืม ๆ ที่ผู้สูงวัยชอบเป็นหรือเปล่า?!?

“ดูดไขมัน” คืออะไร? ดูดไขมันทั้งตัวให้ปลอดภัย เทคนิคใหม่ 2023

ดูดไขมัน เป็นหนึ่งในวิธีลดไขมันในรางกายที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและเร็วที่สุด เป็นทางลัดในการปรับรูปร่างให้กลับมาฟิตแอนด์เฟิร์มในเวลาเร่งด่วน ยิ่งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามารองรับ ทำให้การดูดไขมันมีปลอดภัยมากขึ้น ความเสี่ยงน้อยลง ฯลฯ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจเรื่องการดูดไขมันให้ดีก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด ไม่เสี่ยงอันตราย และไม่ต้องมาแก้ซ้ำทีหลัง! มาดูกันว่า ดูดไขมันครั้งแรก เราต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง?

ไขมันส่วนเกิน (Fat) ที่สะสมในร่างกายมีสาเหตุหลักมาจากการกินอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน ในปริมาณที่มากเกินไปจนทำให้เกิดเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ เช่น อ้วนลงพุง แขนใหญ่ ต้นขาใหญ่ มีเหนียงใต้คาง เป็นต้น จนทำให้หมดความมั่นใจในรูปร่างตัวเอง

การดูดไขมัน (Liposuction) คือการลดไขมัน กำจัดไขมันเฉพาะจุดในบริเวณที่ลดยาก หรือไม่สามารถเอาออกได้ด้วยวิธีการลดน้ำหนัก แบบควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่า “การดูดไขมันช่วยลดน้ำหนักได้” แต่ในความเป็นจริงแล้วประโยชน์ของการดูดไขมัน คือเป็นทางลัดในการลดไขมัน กระชับสัดส่วน สร้างหุ่นสวยในเวลาเร่งด่วนเท่านั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใส่เสื้อผ้า และส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีขึ้น เช่น คนที่มีหุ่นตรง หุ่นทรงกระบอก ดูดไขมันเอวเพื่อปรับรูปร่างทำให้ดูมีเอวS เอวคอดขึ้น หรือลดห่วงยางรอบเอว เอวปลิ้นได้